วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

ความเมินเฉย



ความเมินเฉย

เราตัดสินใจละไม่เขียนความหมายที่ผ่านไปทุกวัน ทุกวัน แม้ไม่ได้ปลดปล่อยใจให้ไกลท่องไปในท้องฟ้าเวิ้งว้าง แต่ฟ้าเองรู้ว่าในใจของเราขณะนี้ท้องฟ้าไม่มีสีฟ้า ไม่มีก้อนเมฆนุ่มๆ ใจไม่ชวนชมท้องฟ้า ฟ้าเป็นฝ่ายร้องถามและจ้องมาที่เรา แต่เราไม่ใส่ใจ แค่มองเพื่อจ้องและปล่อยสายตาค้างไว้


สายตาเหม่อนิ่งเงียบ เปลี่ยนไปที่ท้องน้ำด้านหน้า เหมือนเดิม ท้องน้ำหัวเราะกระเพื่อมเบาๆและลมหยอกล้อเป็นคลื่นเข้าหาเราหวังปลอบใจ แต่ที่ได้กลับไป ใจของเรากลับนิ่งเฉยตอบสนองคืนท้องน้ำ ใจไม่แม้แต่แสร้งทำหัวเราะ…หรือ ยิ้ม ใจไม่เห็นความสวยงามของผิวน้ำระริกเต้นไหว


ใจเลิกสนใจเพื่อนสรรพชีวิตรอบข้าง รู้สึกตัวเองกำลังจมลึกสู่อาณาจักรความซึมเศร้า เรื่องที่บังคับให้ต้องทำคือ ละทิ้งความสนใจทุกอย่างรอบข้าง สายตาและดวงใจทำได้อย่างเดียวคือเหม่อลอย เดียวดาย หดหู่ แข็งแกร่งกับอารมณ์เศร้าซึม


เพื่อนนกชายขอบป่า นกน้อยหลายตัวร้องเพลงของตัวเองเพื่อเรียกความสนใจ เราเดินผ่านไปอย่างเมินเฉย มือนี้จับโลกหยุดนิ่ง ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปและจบลงแต่ละวันโดยไม่มีเรา และวันใหม่ที่เดินทางมาในตอนเช้าและจากไปในยามเย็นอย่างไม่มีจิตวิญาณร่วมรับรู้ โลกของเรากับคนอื่นถูกแบ่งแยกเป็นสัดส่วนและเด่นชัดไม่มีใครอยู่ในนี้ เราจับทุกอย่างทุกคนและทุกตัวโยนออกไป กักตัวเองในโลกที่เงียบเหงา วังเวงและนิ่งนาน


นานแล้ว สองเดือนที่ผ่านไป บางครั้งเหมือนเราได้เดินออกมาแล้ว แต่เราอาจแน่ใจเสียทีเดียว ใช่…อย่าเพิ่งแน่ใจ แต่มีบางอย่างเป็นสัณญานที่ดีเกิดขึ้นในตัวเรา เรากำลังถูกพาตัวเองกลับมาหรือ เราจะกลับมาได้หรือเปล่า และจะต้องกลับเข้าไปอยู่ในนั้นอีกหรือไม่


มีความห่วงเกิดขึ้นในบางเวลา คิดถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและอยากกลับมาทำงาน ความสดชื่นน้อยๆก็ตามมามากขึ้น ได้ยินเสียงหัวเราะของตัวเอง ดีใจที่ได้ฟังตัวเองหัวเราะอย่างมีความสุข ค่อยๆพาตัวเองออกมาพบความจริงบ่อยขึ้น สามารถสร้างเหตุผลปลดปล่อยความยึดติด อนุญาติให้ตัวเองพบความสุขแค่ครึ่งทางแต่เต็มไปด้วยความพอใจมากขึ้น การรักษาเริ่มได้ผล คุณหมอไม่เพิ่มยาแล้ว และทิ้งช่วงนัดพบหมอเนิ่นนานขึ้น



May 7, 2008 มือเราจับเจ้าสี่ขาขนนุ่มๆขึ้นมาและจ้องเข้าไปในแววตาสีเทาลึกสุด ดวงตาที่จ้องตอบมาไม่มีอะไรเลยนองจากแวว สีน้ำเงินขุ่นปนความลึกเป็นเส้นดิ่งบางๆหลายๆเส้นเอียงชนสะท้อนกลับไปกลับมา



ไม่มีชื่อ เจ้าจะชื่ออะไรดีน่ะ ทุกคนช่วยกันตั้งชื่อ หลายชื่อถูกตั้งและลองเรียกเป็นเสียงออกมา ซีซาร์ คินเต้ แต่สีหน้า และความเงียบของทุกคนเป็นเหตุผลว่า ไม่รับ ยังไม่ใช่ชื่อที่เหมาะกับความน่ารักของลูกหมาสองตัวนี้แน่นอน



ชาวผาด่าง ผลัดกันอุ้ม บางครั้งเอานิ้วให้เจ้าลูกหมากัดขย้ำ เวลาแห่งความเพลิดเพลินหยอกล้อกับเจ้าลูกหมาสองตัวผ่านไปอย่างเร็วเสียเหลือเกิน ถึงเวลาของพระอาทิตย์ดวงโตสู่จุดหมายจมหายไปด้านหลังภูเขา ที่บ้านป่าแห่งนี้มีแต่ภูเขารายล้อม ไม่ว่าจะมองไปมุมไหน ภูเขายืนสลับซ้อนเรียงเป็นแนววงกลมรอบทิศทาง และภูเขาเบื้องหน้าคือคำตอบ

ลูกหมาอาศัยอยู่บ้านในป่า และลูกหมาต้องมีชื่อ “ เจ้าภูเขา ” ตัวพี่ และ “ ต้นน้ำ ” ตัวน้อง ทุกคนคงพอใจกับชื่อนี้ ชื่อถูกลองเรียกออกไป ไม่มีใครส่งเสียงคัดค้านเลย เจ้าภูเขา เจ้าต้นน้ำ แห่งบ้านป่าผาด่าง





โครงการ กองทุนลาดตระเวนเพื่อผืนป่าแก่งกระจาน เขตจักการที่3

เมื่อเราเดินทางสู่ผาด่างวันนี้ ท้ายรถ มีถุงผ้าใหญ่ๆและหนักมาก 2 ถุง และหน้าที่ของเราคือพาถุง2ใบนี้วิ่งไปสุดทางที่บ้านกร่าง เจ้าหน้าที่อุทยานหลายคนกำลัง รอพบบางอย่างที่นอนพับเป็นระเบียบอยู่ในนั้น

ของในถุงถูกดึงออกมาผ่านมือส่งไปในมือเจ้าหน้าที่อุทยานยืนล้อมมุงดู เสื้อยืดสีขาว พิมพ์ผีเสื้อตัวใหญ่และในลายปีกกว้างของผีเสื้อตัวนั้นมีหลากหลายความหมายของสรรพสิ่งสรรพชีวิตที่ถูกร้อยเกี่ยวเป็นวัฏจักรของความสัมพันธ์เกื้อชีวิตของกันและกัน เป็นก้าวแรกเล็กๆ ของผู้คนมากมายที่เมื่อเข้ามาเที่ยวป่าแห่งนี้เกิดสำนึกรักธรรมชาติ คิดตั้งใจตอบแทนธรรมชาติผืนป่าใหญ่ ป่าแก่งกระจานแห่งนี้ ต้นกำเนิดแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราน สร้างครอบครัวทั้ง สังคมสัตว์ป่า สังคมของพืชมานานหลายร้อยปี ไม่แค่สัตว์ป่าเท่านั้นที่ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ สังคมมนุษย์ ได้เกิดขึ้นตามเส้นทางสายน้ำป่าที่ไหลไปอย่างซื่อสัตย์ปีแล้วปีเล่ากลายเป็นรากวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งผูกพันธ์ เห็นคุณค่าความสำคัญเกิดความจำเป็นต้องช่วยกันอนุรักษ์ปกป้องป่าแห่งนี้อย่างจริงจังมุ่งมั่น เป็นระบบ ระเบียบ และต้องยืนยาว มีอีกหลายโครงการที่เกิดก่อนและช่วยประสานกันทำก่อนเราจะเข้ามา และโครงการเหล่านั้นคือแม่แบบให้เราที่มาทีหลังได้ดูและหัดทำตาม

เรามีเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นผู้ดูแล ปกป้องต้นไม้ใหญ่น้อย พิทักษ์เฝ้าดูแลสัตว์ป่าแทนพวกเรา ซึ่งเป็นเพียงผู้ชื่นชมและห่วง หวงผืนป่านี้เมื่อหันหลังจากลาป่าแก่งกระจานเสมอ โครงการสำคัญนี้ถูกดำริจากอาจารย์อมร คณะกรรมการ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ ที่มองเห็นความจำเป็นที่อยากช่วยเหลือสร้างรายได้แก่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย และสานทอถักจากคุณจิน สมาชิกของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ ผู้เข้าใจและ ยื่นมือช่วยเหลือให้กำเนิด ด้วยการบริจาคเป็นถุงเงินก้อนแรก เราเป็นผู้ประสานและผลิตเสื้อยืดสร้างรายได้แก่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยของอุทยาน เงินคือรายได้เมื่อจำหน่ายเสื้อยืด ต้นกล้าได้ถูกปลูกแล้วจากเราชาวผาด่างและสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ ต้นกล้านี้กำลังเติบโต และกำลังเป็นดอกออกผลหล่อเลี้ยงเจ้าหน้าที่เฝ้าป่าแห่งนี้ตลอดไป


วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551

รอยจำผาด่าง 19



September 3, 2008 เราถามยุง เป็นคำแรกเมื่อมาถึงผาด่าง ฝนตกบ้างหรือเปล่า ยุงบอกว่า ตกตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่พี่กุ้งไปกรุงเทพ ตกตั้งแต่บ่ายพรำๆ แต่กลางคืนฝนตกหนัก ตั้งแต่วันนั้นฝนยังไม่ตกเลย และก็นั่งตำน้ำพริกมะขามต่อไป บนทางเดินไปบ้าน เรามองดินไปตลอด ดินสีเข้มไม่มีฝุ่น ดอกไม้ ต้นไม้ทุกต้นกำลังแทงยอดอ่อนออกมาอย่างร่าเริง ป่าต้องการฝนเสมอ และตัวเราร่ำร้องหาฝนทุกวัน ความดีใจมาเยือนและดีใจกับเราอย่างนาน

September 4, 2008 เช้ามากๆแล้ว เจ้าภูเขากับต้นน้ำอายุ 4 เดือน หยอกล้อเล่นกันตลอดทางเดินไปห้องอาหาร พันแข้งพันขา กัด คำราม เรารู้ว่านี่เป็นการแย่งชิงความเป็นผู้นำฝูง บางทีก็งับขาเราเข้าไปด้วย เจ้าต้นน้ำขนวัยเด็กกำลังหลุดไปทีละนิด ขนสีดำบนหลังแทรกขึ้นแทนขนเก่าอย่างช้าๆ ขนใหม่นี้ ยาวดำมัน ลื่นและขดเป็นหยักโสก





ในห้องกาแฟ ชาวผาด่างกำลังจับกลุ่ม คุยเรื่อง astv เรื่องราวของการขับไล่รัฐบาล นายกสมัคร กำลังเข้มข้น ชาวบ้านเล่าเรื่องและถามไถ่ว่าเราไปชุมนุมกันบ้างไหม ตกบ่าย เราเริ่มทยอยขนเครื่องเรือนเข้าบ้านหลังใหม่ นกblack – napped monarch บินมาทักทายเราใกล้ๆ เรานอนมองนกตัวนี้และคิดว่านกเองก็มองเรา



เชือกเส้นยาวจากฝั่งสู่ตอไม้กลางน้ำ เจ้ากระเต็นน้อยธรรมดาเกาะนิ่งหันหลังให้เรา บ้านของเจ้า อาณาจักรผาด่าง ลมแกว่งเชือกไหวเบามากและตอนนี้เชือกเปลี่ยนเป็นชิงช้าให้นกกระเต็นน้อยธรรมดายืนเกาะร้องเพลงของเธอ ผิวน้ำกับสายลมสบายๆร่วมกันเต้นรำ



September 5, 2008 จ๊อบยืนมองไปบนต้นมะขามและทำสัญญาณให้เราค่อยๆย่องเข้าไป เสียงที่ค่อยๆบอก นกกาฝากท้องส้ม และมีหลายตัวมากด้วยครับ เราชะเง้อคอมองหา นกตัวเล็กๆหลายตัวกำลังกระโดดไปมาบนกิ่งมะขาม ท้องสีส้มแจ๊ด สะดุดตา แต่เจ้านกนิสัยไม่อยู่นิ่งการจ้องหาจึงทำได้แค่ช่วงสั้นๆ และไม่นานเราและนกฝูงนั้นก็แยกบินไปออกันอีกต้นที่ทัดไป แต่ไกลจากสายตาเราเสียแล้ว




September 9, 2008 เจ้าภูเขา เจ้าต้นน้ำ วิ่งมาหาเรา กับอาการของความดีใจ เมื่อเรากลับถึงผาด่าง เราสวมกอดสองชีวิต กอดกันและกอดกันอย่างแน่นๆสมกับความคิดถึง เพื่อบอกว่า รักนะ กอดนี้คือความรักนะ
บนเรือนหลังใหม่กับชื่อบ้าน ที่ยังไม่มีชื่อ ยอดกับพี่หวัด กำลังตอกกิ๊บเดินสายไฟ เราตั้งคำถามเดิมๆ ฝนตกบ้างไหม ยอดบอกว่า ตกตอนเย็นเมื่อวานจน 2 ทุ่ม เสียงพี่หวัดเอ่ยตาม น้ำในอ่างขึ้นมาเกือบคืบแล้วน้ำป่าที่นอนนิ่งในอ่างน้ำเบื้องหน้า แค่น้ำฝนสูงขึ้นมาคืบเดียวชาวบ้านป่ายังมองออกและใส่ใจ เราอดกังวลต่ออนาคตอีกไม่นานนี้ ฤดูฝนมีให้อีกแค่สองเดือนเต็ม แต่น้ำในอ่างเพิ่งขึ้นมาแค่คืบเดียว





September 10, 2008 แต่เช้า ห้องกาแฟ รสชาดของกาแฟ กับข่าวของอัญชลี astv เด็กหญิงนกน้อยกำลังแต่งตัวไปโรงเรียน มีตาโมน ตาแท้ๆ จัดแจงแต่งตัวให้หลาน เก๋แม่ครัวให้สตางค์5 บาท ใส่ลงกระเป๋ากระโปรงและเอาหนังยางมัด กันการสูญหายอย่างแน่นหนา ชุดนักเรียนที่สวยที่สุดในใจเราของเด็กน้อยตาแป๋ว (พ่อและแม่แยกทางกัน ตาและยายต่างแยกทางกันตั้งแต่ยังไม่สองขวบ) อาศัยกับเราร่วมเป็นชาวผาด่าง เรื่องราวของเด็กน้อย คุณอ้วนยินดีให้เรานำเงินจากกองทุนจัดซื้อชุดนักเรียนให้เด็กหญิงคนนี้ด้วย








นกปรอดหัวจุกยืนกินลูกตะขบ นกกาฝากท้องสีส้มบีบน้ำหวานจากลูกตะขบอีกกิ่ง เสียงจ๊อบดังเบาๆ บนกิ่งประดู่นกเขียวก้านตองหน้าผากสีส้ม ภาพชีวิตแสนธรรมดา แต่ชื่นใจเกิดอย่างนี้ให้กับผาด่างทุกวัน ตกเย็นตาโมนเอาไม้ยาวหุ้มผ้าเป็นปมใหญ่ ชุบน้ำมัน เราถามว่าจะทำอะไร ตาโมนบอกว่า มีรังต่อหัวเสือตรงห้องอาหาร จะรมเผาทิ้ง หากปล่อยไว้นานรังจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ


September 11, 2008 ในห้องครัวยามเช้า ไอ้ยุงนั่งกบพื้นหันหลังให้เรา กำลังทำอะไร ไอ้ยุงตอบเสียงสดใส แกะตัวอ่อนในรังต่อจ๊ะพี่กุ้ง เราบอกว่าไม่เอาดีกว่าเคยกินแล้วรสชาดอร่อยดี คล้ายๆกินนมผึ้ง แต่พี่กุ้ง แพ้ตัวต่อกินแล้วมีอาการคันปาก คันในลำคอ






สายแล้วบนบ้านไม่มีชื่อ นกป่าสีสวยไม่มาหาไม่ยอมร้องเรียก ท้องฟ้าสีหม่น หมู่เมฆสีหมอกลอยเคลื่อนต่ำลงอีกไม่นานคงเปลี่ยนตัวเองเป็นสายฝน และพรมลงมาอีกแล้ว เราก้มหลังมือกำผ้าขี้ริ้วถูบ้านด้วยมือจากซ้ายไปขวา และขวาไปซ้าย ถูทีละแผ่น ความเย็นชื้นจับพื้นไม้ทุกกระดานเรียบ จากระเบียงมุมนี้ไปมุมโน้น เรื่องถูบ้านเราไม่ชอบเลย แต่ชอบตอนถูเสร็จแล้ว การได้เอามือลูบแผ่นไม้กระดาน ตอนที่กระดานหมาดแต่ไม่แห้งเสียทีเดียว มือรับรู้ความเย็นในเนื้อไม้และช่างเนียนสะอาดลื่นมือ


บ้านไม่มีชื่อ ความระเริงสดชื่นในตัวเรา เกิดจากบ้านหลังนี้ ขอนั่งมองป่ามุมนั้น ย้ายลุกไปนั่งอีกมุม เพื่อมองดูวิวป่าที่เปลี่ยนไป ระเบียงยาวลดหลั่นตามโค้งน้ำทั้งซ้ายขวา ให้นั่งนอนพักผ่อนได้ทั้งวัน บ้านไม่มีชื่อไม่ใช่แค่มีระเบียงที่ยื่นหาสายน้ำ แต่ยังวงโอบต้นไม้ใหญ่ผิวเปลือกเกลี้ยงเกลาให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน เราพบว่าต้นไม้ ส่งสัญญาณ…. เหมือนเตือนว่าต้นไม้ใหญ่ต้องทำหน้าที่เผื่อแผ่ให้พืชเล็กๆเช่นกล้วยไม้ได้อิงอาศัยด้วย และกล้วยไม้ป่าที่ขึ้นเองในผาด่างมีมากมาย เราควรจับแยกมาเพื่อกระจายเผ่าพันธุ์

ภูเขาสีเขียวชุ่มสด แสดงตัวตนความเป็นป่าใหญ่ยืนเรียงทอดยาวเป็นแนวสุดสายตา ท้องน้ำใหญ่กำลังรองรับละอองฝนเล็กๆหยิมๆหลังจากฝนใหญ่เพิ่งซาหมาดไป เราสูดดมความสดชื่นของไอดินไอฝนที่มีกลิ่นสะอาด


มาแล้ว การเฝ้ารอคอย ความวิเศษกำลังมา และจะต้องเกิดตามมาทีหลังเมื่อฝนหนักหมดไป มายามหัศจรรย์กำลังก่อเกิด หมอกสีขาวบางๆปรากฎขึ้นจากชายขอบป่า มาจากที่ไหนไม่มีใครรู้ หมอกขาวบางลอยไหลจากต่ำค่อยๆสูงขึ้น หมอกค่อยๆรวมเปลี่ยนตัวเองเป็นหนาขึ้น และค่อยๆฟูพองใหญ่โตขึ้นทุกที ตอนนี้พวกหมอกมีมากกว่าภูเขาป่าเบื้องหน้าหมอกเข้าหาไหลลามครอบคลุมโอบกอดปิดภูเขาเบื้องหน้าทั้งหมด เทือกเขาทั้งหลายหายไปจากสายตา นานมาก คลื่นหมอกหนาก็ค่อยๆคลายรัดภูเขา เทือกเขาแนวยาวค่อยๆกลับคืนปรากฎภาพให้เห็นทีละนิด ส่วนพวกหมอกสีขาวกำลังเดินทางจากไปทางป่าขวามือ ไปรวมสีเดียวกันกับท้องฟ้า

บ้านของเรามีชื่อแล้ว ภูสีหมอก เรารักชื่อนี้ เพราะชื่อนี้เกิดจากความจริง และความจริงนี้เป็นความงดงามและเกิดให้พบเห็นสม่ำเสมอทุกปีในราศีวสันต์ฤดู


รอยจำผาด่าง18



July 1,2008 เมฆฝนสีเทาเข้มกำลังทยอยเดินขบวนมาจากทิศทางป่าใหญ่ ลมฝนป่าเย็นสัมผัสผิวหน้าเรา ลมพัดแรงช่วยพาเมฆ หลายขนาด หลายก้อน ลมวิ่งไปในก้อนฝนเหล่านั้นกระชากเบาๆหมุนพัดเปลี่ยนรูปร่างก้อนเมฆให้ไม่เหมือนกัน แต่เลือกเป็นสีเดียวกัน ลมหอบลอยเลื่อนต่ำมาทางทิศที่เราอยู่ แต่บางอย่างเปลี่ยนไป ลมเปลี่ยนตัวเองให้แรงขึ้น แรงมากขึ้น ความเข้มแข็งของลมคำรามเสียงดังน่ากลัวจนเราสัมผัสความหวาดกลัวของตัวเอง ไม่หยุดแค่นั้นลมจับต้นไม้โยกอย่างแรง กิ่งไม้สะบัดกลับไปกลับมา ลมใหญ่แสดงพลังหอบใบไม้จากบนต้นไม้และกอบใบไม้จากพื้นดินผสมปนกับฝุ่นสีแดงฟุ้ง ฝุ่นกับใบไม้ต่างหมุนวนคว้างรอบตัวเองและกระจายเกลื่อนรอบแล้วรอบเล่า ใจของเราเริ่มมั่นใจ จ้าวแห่งลมประสงค์หอบฝนใหญ่เลยผ่านผาด่างไป





July 3,2008 จ้าวแห่งลมป่าร่วมกับพญาเมฆฝนกระทำอย่างนี้เกือบจะทุกวัน ทุกครั้งที่เมฆแห่งฝนพากันมาใกล้ผาด่าง เป็นความหวังตามด้วยความล่มสลายเปลี่ยนไป เปิดฟ้าใสสว่างคือความหมายไม่มีฝนเกิดขึ้นในวันนี้แน่นอน ลมใหญ่รุนแรงหอบเมฆสีเทาต่ำก้อนใหญ่เลยผ่านไปทางทิศตะวันออก เมฆฉ่ำน้ำฝนจากไปอีกแล้ว ต้นไม้ต่างยืนรอฝนเก้อพร้อมกับเรา ต้นไม้บอกเล่าด้วยสัญญาณของความหิวโหย เราบอกต้นไม้ว่า เจ้าต้องอดทนนะ เราจะสูบน้ำให้เจ้าบ่อยๆไม่ได้ น้ำมันลิตรละ40บาท หนึ่งวัน10 ลิตร ค่าแรงคนงานลากสายลดน้ำต้นไม้อีก ขอให้อดทน ต้นไหนจะปลิดใบร่วงจำศีลก็จงทำ


July 8 ,2008 เวลานี้คือเวลาป่าสร้างฝนหมุนกลับมา น้ำฝนจากฟากฟ้าลงสู่ป่า ต้นไม้ในป่ารู้หน้าที่และรีบทำหน้าที่ของตัวเองอมความชื้น .ให้มากที่สุดและร่วมกันปล่อยความชื้น สร้างเมฆฝนขึ้นสู่ท้องฟ้าให้โปรยปรายวนเวียนเป็นบทเรียนวัฎจักร และไม่เพียงเท่านั้นป่ายังสร้างสายธารให้น้ำฝนได้ไหลรินทยอยลำเรียงหยดน้ำให้ไหลตามเส้นทางของชายขอบภูเขาก่อนรินลงนอนขังในอ่างหรือฝายเก็บน้ำ





แต่เดือนนี้ช่างแตกต่างจากเดือนเดียวกันของปีก่อน ต้นไม้หลายต้นทิ้งใบรักษาชีวิตของตัวเอง บางต้นเปลี่ยนสีใบเป็นสีส้ม สีเหลือง แต่บางต้นใบลีบเหี่ยวคาต้น สัตว์ป่าลงมาออกันตรงที่เป็นน้ำขังหรือลำห้วยที่เกือบเหือดแห้ง คนชายป่าแก่งกระจานเรียนรู้และจำยอมรับเงื่อนไขที่ธรรมชาติสอนเป็นบทเรียนปีแล้วปีเล่า น้ำฝนก่อเกิดจากป่า และในปีหนึ่งเวลาจะเป็นผู้พาน้ำฝนแก่ชาวป่าเพียงแค่3 เดือนท่านั้น


July 10 ,2008 ธรรมชาติคือจ้าวแห่งกาลเวลาผู้ยิ่งใหญ่… วิธีอธิบาย… เหตุต้นตอมนุษย์ลื้อทำลายวิถีสมดุลย์ของกฎธรรมชาติ บทลงโทษได้เวลากลับมาพร้อมกับ นำความโหดร้ายลึก บันดาลความแร้นแค้นประทุทุกหย่อมหญ้า เรื่องสำคัญที่สุด น้ำปัจจัยจำเป็นต่อทุกชีวิต จะมีให้…. แต่น้อยมากและเว้นช่วงนาน มากมายหลายวิธี อย่างจงใจมอบความ ทุกข์ยาก ระทมแสนสาหัส ลำบากต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด ธรรมชาติไม่สามารถยุติเรื่องการทำลายนี้ได้เลย สมดุลย์ถูกมนุษย์เปลี่ยนไปใช่หรือไม่ ฝน ลม ไฟ ความสว่าง ความมืด ร้อนหรือหนาวทั้งหมดคือความก้าวร้าว แตกหักรุนแรง

ธรรมชาติบอกแจ้งอย่างแท้จริง และบอกย้ำอีกว่า ธรรมชาติแสนสุภาพอ่อนโยนเป็นผู้ให้เหมือนแต่ก่อนจบลงไปแล้ว และจากไปนานมากแล้วเช่นกัน







July 15 ,2008 หลายต่อหลายครั้งเราแหงนหน้ามองฟ้า อ้อนวอนร้องขอกับจ้าวป่า มอบน้ำฝนสู่ผืนดินสีแดงแห้งแห่งนี้ด้วยเถิด เครื่องบินทำฝนเทียม มาทุกวันบางวันมาหลายรอยรอบ ในหลวงของแผ่นดินท่านทราบได้อย่างไรว่าป่าใหญ่แก่งกระจานปีนี้ไม่มีฝน เมื่อเครื่องบินจากไป บางครั้งมีฝนแต่เป็นฝนเทียมที่แสนบางเบา หน้าไม่เปียกฝน สองมือแบรองรับเม็ดฝนนับเม็ดได้ ฝนตกและหยุดอย่างรวดเร็ว ฝนแห้งเหือดหายไปในพื้นดินฝุ่นสีแดง ใบไม้ไม่มีเม็ดฝนเกาะแพรวพราว ทุ่งหญ้าร้อนจนเป็นสีเหลืองน้ำตาล น้ำฝนแตะแล้วเหือดแห้งหายไปทันทีทันใด ทุกวันในผาด่างรอบตัวป่าเป็นสีของฤดูแล้ง ฤดูฝนหรือฤดูแห่งชีวิตใหม่กำลังเคลื่อนผ่านไป การรอคอยน้ำฝนของชาวบ้านป่าร่วมอยู่ในวันที่กำลังจากไปเหล่านั้นด้วย


July 16 ,2008 หลายครั้งที่เรานั่งรถกลับผาด่าง บนถนนรถวิ่งผ่านไป เมฆและฝนตกชุ่มมากมายเหลือเกิน หลายต่อหลายครั้งถนนที่เปียกน้ำฝน ใบไม้ย้อยหนักอมน้ำก้มหน้า ดินข้างถนน อมน้ำเป็นสีดำเข้ม บอกเราว่าที่นี่มีฝนและเพิ่งจากไปไม่นาน แต่เมื่อเข้าเขตผาด่างร่องรอยฝนจางหายไป ฝนมีแต่ไม่ที่นี่ ฝนมาแต่ไม่ใช่ที่แห่งนี้ ฝนจากป่าแค่เดินทางผ่านผาด่างไป ตามเวลาวันของฤดูวสันต์ เป็นอย่างนี้หลายครั้งหลายหน ปลาที่ตากแดด ไม่ต้องเก็บ ผ้าที่ราวเรียงไว้ ไม่ต้องวิ่งเก็บ รู้แล้วว่า ฝนจะไม่ตกหรอก ชาชินจนใจร้าว ท้อแท้เต็มอก หลายหนที่ตั้งใจเหม่อจ้องท้องฟ้า ร้องขอภาวนากับเทพแห่งฝน จงกรุณา ให้ฝนปราณีกับผืนดินผาด่างด้วย











July 28 ,2008 เสียงชาวบ้านเปรยในร้านขายของให้เราได้ยินหลายต่อหลายครั้งที่แวะเวียนมาซื้อของที่ผาด่าง ปีนี้ฝนแล้งจังเลย ฤทธิ์ของฟ้าแล้งฝนผลสะท้อนความยากลำบากข้ามไปชัดเจนต้นปีหน้า ปีหน้าจะได้ปลูกผักกันหรือเปล่า น้ำในเขื่อนเริ่มแห้งลงและเปลี่ยนสี ตอไม้ที่เคยจมน้ำ





วันนี้ขอนไม้มะค่า ขอนไม้ใหญ่ที่เราชอบยึดเป็นที่นอน ดูสายน้ำ และท้องฟ้า ร่างต้นมะค่าหายไปจากการมองหานานเกือบปีแล้ว ในหน้าน้ำ ฝนหลากปีก่อนน้ำมากท่วมเจ้าจมอยู่ใต้บาดาลนอนนิ่งแต่สร้างประโยชน์เป็นบ้านหลบลี้ภัยของสัตว์น้ำต่างๆ ร่างของเจ้ามะค่ะถูกโค่นลง เพื่อเลื่อยขาย ทำไมเจ้ายังนอนแข็งอยู่ทั้งต้น เพราะอะไร ร่างถึงไม่ถูกตัดแยกขาย ทุกคนช่วยกันบอกเล่า ร่างเจ้าเป็นโพรงกรวง สิ้นไร้ราคา ตัดเจ้าให้ตาย จนร่างล้มคลืนลง แล้วทิ้งเจ้านอนกลวงนิ่งตากแดดในหน้าแล้ง จมน้ำในหน้าฝน ปีแล้วปีเล่า

บางคนเสนอว่า ตอไม้สวยนี้ ทำไมไม่ยกไปไว้หน้าผาด่าง เอาไปตกแต่งให้ผาด่างดูสวยงาม คำตอบในใจของเรา เจ้าสวยและมีค่าเมื่อได้นอนตายตรงที่เจ้าเกิดมา และเป็นประวัติศาสตร์หนังสือชีวิตจริง เรียนรู้วิถีของป่าแก่งกระจานผืนนี้ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ให้เข้าใจและจดจำ






เจ้าแห่งเวลาบันทึกเรื่องตอมะค่าถูกเลื่อยยนต์ฆ่า และ เรื่องนี้ผ่านมานานร่วม20 ปี ต่อจากนี้ต่อไปตราบเท่าที่มีเรากับผาด่าง หน้าบ้านฟ้าสด บ้านฟ้าใส และบ้านที่ยังไม่มีชื่อ ทุกคนจะมองเห็นเจ้ามะค่ากลวงอย่างเต็มตา และเราภูมิใจที่มีเจ้าร่วมอยู่ในผืนดินเดียวกัน


July 29 ,2008 เก๋เดินทางไปจ่ายของที่ตลาดท่ายาง เพราะว่าพรุ่งนี้จะมีนักศึกษา จำนวน60 กว่าคน จากนครปฐุม มาเข้าค่ายสิ่งแวดล้อม แล้งฝนและเด็กเข้าค่าย วนเวียนให้ครุ่นคิด ปีนี้เข้ากลางฝนแล้ว เรายังไม่ได้รองน้ำฝนกันเลย ตุ่มน้ำหลายตุ่มน้ำเริ่มแห้งขอด ตุ่มน้ำตั้งอยู่แต่ว่างเปล่า ตุ่มยืนเรียงใต้ชายคารอการเติมเต็มจากฝนบนฟากฟ้า





พี่หวัดกับทีมลูกน้อง ช่วยกันกางเตนท์หลังใหญ่และหลังเล็ก เต็มลานหญ้า แต่ละเตนท์นำฟรายชีทคลุมกันฝนด้วย เมฆฝนก่อตัวลอยมาจากทางทิศตะวันออก หลายครั้งที่หมู่เมฆฝนมาจากทิศตะวันตกของป่าใหญ่ และครั้งนี้แตกต่างไป ขอให้เกิดฝนด้วยเถิด เราภาวนา พร้อมกับร้องบอกพี่หวัด อย่านำเอาเครื่องนอนใส่ไว้ในเต๊นท์ ไม่นานสายฝนใหญ่ก็ลงมาอาบพื้นดิน ฝน ฝน ฝนมาแล้วเรายืนใต้ชายคามองสายฝนมี่โปรยกระหน่ำ ใบไม้ทุกใบเปียกโชกชุ่มและพากันขยับเหยียดลู่ลงให้สายฝนผ่านตามร่องสู่ปลายใบและไหลรินไปหาพื้นดิน




July 30 ,2008 ชาวผาด่างต่างขะมักเขม้นทำอาหารกันแต่เช้า เมื่อใกล้ถึงกำหนดการ ทุกอย่างที่เตรียมพร้อมก็เสร็จลงก่อนกำหนดเวลา แต่ นักศึกษายังไม่มา มื้อแรกคือข้าวห่อใบไม้ผาด่าง คุณทอมหัวหน้าทีมมีกำหนดการนำคณะนักศึกษาพากันเข้าป่าบ้านกร่างและกินข้าวห่อกันที่นั่น ตอนนี้เจ้าหน้าที่อุทยานทำหน้าที่วิทยากรมารอรับนักศึกษาที่ผาด่างแล้ว คุณหน่อยกับพี่บัติเข้ามาเยี่ยมเยือนเรา ชวนเราเข้าไปดูนกด้วยกัน เราจำต้องกล่าวปฏิเสธไป ด้วยห่วงงานที่รออยู่ข้างหน้า เราแหงนหน้ามองท้องฟ้า และถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า วันนี้ฝนจะตกหรือไม่ เสียงตอบหนักแน่นชัดเจน ตกแน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ครับพี่กุ้ง



ถามและตอบตัวเองในใจ ถ้าวันนี้ฝนตก กิจกรรมเข้าค่ายจะยุ่งและวุ่นวายมากแค่ไหน เตนท์นอนหากเปียกเด็กๆจะย้ายไปนอนที่ไหน เด็กๆจะเล่นกิจกรรมกองไฟได้หรือเปล่า การทานอาหารมื้อเย็นที่ห้องอาหารคงต้องเปลี่ยน โยกย้ายหม้อกับข้าวและจานมาทานในหอประชุมและกิจกรรมกลางแจ้งก็ต้องยกเลิกมาทำกิจกรรมมาทำในห้องประชุมแทน ถ้าให้เลือกไม่มีฝนกับกิจกรรมแสนยุ่งวุ่นวายจะบังเกิดขึ้น ใจของเราขอเลือกข้างธรรมชาติแทน เราทนเห็นความแห้งแล้งไม่ไหวแล้ว เพราะกับปัญหาคือการแก้ไข และนั่นทำให้เราเข้มแข็งขึ้น




ตกบ่ายสายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาเรื่อยๆ ฝนตกอยู่นาน และฝนไม่ได้แสดงทีท่าว่าพอแล้ว ดินที่อุ้มน้ำเมื่อวานและวันนี้มีซ้ำอีกครั้งและนานต่อเนื่อง พื้นดินกลายเป็นเฉอะแฉะ เราเดินตากฝนพาน้องๆผู้หญิงขึ้นบนเรือนหลังใหญ่ แทนการนอนเตนท์ เด็กสาวต่างตื่นเต้นกับบ้านหลังนี้ เดินขวักไขว่เปิดห้องนี้ ห้องนั้น จากนั้นเราเดินยิ้มตากฝนที่กระหน่ำหนักนำหน้ารถผู้อำนวยการเข้าพักบ้านนกเงือก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเรากลับเข้าไปในห้องเตรียมเสริพอาหารทุกอย่างดูชุลมุนแต่เรากลับมีความสุข เพราะค้นพบว่า ฝนคอยสร้างอุปสรรคให้มากมาย แต่การคิดแก้ไข ถูกเตรียมไว้อย่างดีแก้วิกฤต ได้ทุกอย่าง เด็กหนุ่มและสาว รวมทั้งอาจารย์ และเจ้าหน้าที่อุทยาน ต่างยิ้มแย้มแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างสดชื่น และรับประทานอาหารร่วมกัน ก่อนนอนคืนนี้เรานอนฟังเสียงฝนเปาะแปะกับหลังคาและหลับลงพร้อมกับความสุข




July 30 ,2008 ในห้องอาหารสว่างไสว อากาศสดชื่นแจ่มใส เด็กๆทยอยเข้ามารับประทานอาหาร อาจารย์หญิงเดินเข้ามาหาเรา พร้อมยื่นทองเป็นสร้อยข้อมือ เล่าให้ฟังว่าเด็กนักศึกษาเก็บได้ ไม่ทราบว่าเป็นของใคร เรารับมาดูและคิดว่าน่าจะเป็นของท่าน ผ.อ ก่อนจะยื่นคืนไป ให้อาจารย์ลองโทรถามท่านผ.อ. ที่รีบกลับไปแต่เช้า หากไม่ใช่ก็ให้นำไปทำบุญ จะดีกว่าค่ะ หลังจากนั้นไม่นานเด็กๆทยอยขึ้นรถเข้าไปปลูกป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และจะกลับมารับอาหารกลางวัน ไปทานกันบนรถ และจะอำลาจากผาด่างก่อนเที่ยงวัน


August 5 ,2008 ข่าวคราวของบ่อน้ำมหัศจรรย์ที่รีสรอท์ไม้มะค่า ไม่ไกลจากผาด่างมากนัก รูปนกป่าในเวปไซด์พันทิปนกป่าหลากหลายชีวิตร่วมลงอาบน้ำ ฟ้าแล้งฝนอย่างนี้ทั่วถ้วนกันไปหมด ลำธารน้อยทุกบ่อ ทุกแอ่ง ทุกอ่าง เราคอยสังเกตุน้ำป่าไหลบางๆแคบ ยิ่งกว่านั้นน้ำที่ไหลไม่มีแรงร้องหัวเราะกับก้อนหิน น้ำอ่อนแรงไหลอย่างเบาเงียบเบาเหมือนเสียงกระซิบ บางแอ่งเหือดแห้ง เหล่าเพื่อนนกหมุนเวียนกันลงอาบน้ำคลายร้อน ต่างจากทุกปี ในเดือนฝนนี้นกมีแต่ต้องตื่นแต่เช้า พึ่งปีกให้แห้งหลังฝนอาบร่างชุ่มเปียก ฝนตกข้ามหลายวัน ข้ามหลายคืน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ฝนกุ่ม หมายถึงฝนตกติดต่อกันหลายๆวัน ปริมาณฝนไม่หนักไม่มีลมมีแต่เม็ดฝนพรำสม่ำเสมอ ชาวบ้านเรียกร้องขอฝนใหญ่ …..ให้น้ำฝนสร้างน้ำไหลเต็มลำห้วยด้วยเถิด




August 6 ,2008 นกอพยพหลายชีวิตต่างทยอยอพยพกลับมาผาด่างเร็วกว่าปีก่อน และมีหลายชีวิต อาศัยใกล้ลำธาร นกจาบคาเคราน้ำเงิน หงุดหงิดที่ลงเล่นน้ำไม่ได้ เพราะเราหลงมาในเวลาเดียวกับเจ้าจะร่อนลงอ่างน้ำ


นกจาบคาคอฟ้ายืนเกาะกิ่งกระถินแห้งตาย เป็นครั้งแรกของเจ้านกสวยสง่ากับตัวเราบนบ้านใหม่ที่ไม่มีชื่อ บ้านของเราในผาด่างเกือบใกล้เสร็จแล้ว ทุกเช้าหน้าระเบียงนกทุกตัวออกหากิน กระโดดจากกิ่งโน้น กิ่งนี้ จากไกลมาใกล้ และบางครั้งยอดสูงมากิ่งต่ำ ยืนร้องเพลงของเธอให้เราฟังใกล้ๆ การรู้ว่าเรามีชีวิตตรงนี้กับเพื่อนนก ความสุขอยู่ และวนรอบๆตัวเราและเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นความลับ ทุกคนที่มาเยือนต่างรู้สึกและสัมผัสกับความสุขอย่างเดียวกับเรา




August 7 ,2008 นก blue wing pitta 2ตัวยืนไม่ไกลสีสีสดเด่นไม่อาจปิดซ่อนจากสายตาเรา เรื่องตื่นเต้นในใจเราออกมาโลดแล่นอีกแล้ว แต่ที่อ่างน้ำเจ้ามาเพียงลำพังตัวเดียว เงียบ เบา เจ้าจ่อมตัวลงในลำธารตื้น ย่อตัวลงอมน้ำและยืนยืดสะบัดขนและทำอย่างเดิมอีกรอบและหลายรอบผ่านไป เมื่อเจ้า blue wing pitta จากไป เสียงนกร้องบนศีรษะใกล้เราจัง แค่เงยคอ ก็พบพวกเจ้า นกกินปลีแก้มสีทับทิม ทั้งตัวผู้และตัวเมีย นกอยู่นานมากแต่ตำแหน่งที่มองเจ้า อาการเมื่อยคอมากๆตามมา








August 9 ,2008 นก scaly-breasted munia รวมฝูงนับสิบตัวทะยอยบินมาเกาะกิ่งรอบๆลำห้วย และค่อยๆบินถลาลงเข้าอ่างน้ำ เราพบว่านกพวกนี้เป็นนกขี้ร้อน ชอบอาบน้ำเล่นน้ำวันละหลายรอบ อาบน้ำเล่นน้ำ วนเวียนบินหนีหายไปด้านหลังพงหญ้า ไม่นานพวกเจ้าก็อดหวนกลับมาอาบน้ำกันอีก นกกาแวนมาร่วมด้วย 2 ตัว แต่ไม่นาน นกกาแวนปฏิเสธการมีเรานั่งมอง นกปรอดทอง นกปรอดเหลืองหัวจุก นกปรอดคอลาย นกปรอดสวน ตระกูลปรอดสีเขม่า และก่อนหันหลังลาจากมา นกกางเขนดงตัวเมีย นกแซงแซวเล็กเหลือบ หางบ่วงใหญ่ และเจ้า pied - fantail





เฝ้ามองนกเล่นน้ำ ฟังเสียงเครื่องบินทำฝนเทียมบินมาอีกแล้ว แดดสีแดงหายไปทันทีและมีลมพรูพัดเข้าหาเรา ลมหมุนตัวเล่นกับใบมะม่วงชวนกันแก่วงกันไปมา และขับเสียงให้เราฟัง เตือนเราว่า ลมกำลังพาฝนมาแล้ว ผิวกายสัมผัสไอเย็นของลมป่าที่มีฝน หรือว่าฝนตกสักแห่งใดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากผาด่าง


August 12 ,2008 เราเขียนมาถึงตอนความจำอันสำคัญแล้ว นกฝูงนี้silver-breasted boardbill นกแสนรัก แสนสวย ด้วยความอยากพบมากกว่าแค่พบเห็นตามรูปภาพ เกิดตำนานเราร่วมกันกับนกชนิดนี้ ป่าแก่งกระจานมีร่องรอยเท้าของเราบนเส้นทางเดินหลายต่อหลายรอบ แต่วันนี้ จากลำธารน้ำใสตื้นๆป่าดิบชื้นบ้านกร่าง เหล่าชีวิตนกแสนรัก มิติใหม่เกิดแล้ว

ฝูงนกเจ้าของปีกสีเงินกำลังบินเข้ามาใกล้ เสียงนกพญาปากกว้างอกสีเงิน ร้องเรียกกันไม่ดังมากแต่เพียงพอให้เราได้ยิน สายตาต้องหันหาตามเสียง เจ้ามากันหลายตัว กับเพื่อนพี่น้อง ช่างมากันมากมาย ลงเกาะกิ่งฝั่งซ้ายเตี้ยๆ ลงเกาะกิ่งฝั่งขวา มีลำธารน้ำใสตื้นๆอยู่ตรงกลาง ที่นั่นนกรู้หรือไม่ว่าเรามีตัวตน เรานั่งอยู่ใกล้และทำตัวปิดบังตัวตน เจ้าไม่รู้และไม่ได้เรียกให้เราลงเล่นน้ำกับเจ้า แต่ที่เราแอบมองอย่างสุภาพและเงียบนั้น พวกเจ้าเปิดเผยการแสดงวิธีการอาบน้ำ หรือการเล่นน้ำให้เราได้ดู



เริ่มจากนกหนึ่งตัวคงเป็นจ่าฝูง ฝั่งซ้ายบินโผลงจากกิ่งที่ไม่สูงมากโฉบลงด้วยการกางปีกให้มากที่สุด ตีนนกแตะกระแทกผิวน้ำพร้อมปีกที่กางสุดๆกรีดเล่นกับน้ำใส ลำธารอารมณ์ดีร้องเพลงระริกร่วมเล่นกับฝูงนกด้วย ส่วนแสงตะวันน้อยๆลอดมาตามช่องของต้นไม้ที่เอนไหวตามแรงลม แสงแดดบางๆนี้ลงมาเกาะน้ำตามปีกของนกร่าเริง เมื่อนกกรีดรีดสะบัดปีกกระจาย หยดน้ำและแสงแดดก็กลายเป็นภาพละอองเพชรฟุ้งฝอย แค่ช่วงแสนสั้นไม่เกิน 2 วินาที ก่อนถลาบินขึ้นฝั่งตรงข้าม เปิดโอกาสให้นกที่รออยู่ฝั่งตรงข้ามบินล่อนลงแตะกระพือปีกอาบน้ำ แล้วโผขึ้นเกาะกิ่งสลับตำแหน่งฝั่งกัน ทำสลับกันทีละตัว จนหมดฝูง ขอบคุณเจ้าแห่งกาลเวลา มอบประสบการณ์ความงามจับใจ ขอความทรงจำกับหัวใจรวมเป็นหนึ่งเพื่อยึดเก็บความสุขรำลึกลึกซึ้งครั้งนี้ไว้


วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

นกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfisher

นกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfisher เรามีวันนี้และตั้งใจให้เป็นวันของเรากับนกตัวนี้

August 8,2008 เมื่อความเงียบยึดครอง เจ้าจะบินมา และตัดสินใจเกาะพื้นตรงนี้ บางครั้งบนกิ่งมะม่วงที่ยื่นยาวตรงปากบ่อเลี้ยงปลา นกตัวน้อยๆสีรุ้งบินมาจากที่ไหน นกไม่บอก แต่ปรากฏตัวในเช้าวันหนึ่ง ที่บ่อปลาห้องอาหารผาด่าง ตั้งแต่นั้นชีวิตของชาวผาด่างก็แตกต่างจากวันก่อนๆที่ผ่านไป ด้วยนกตัวนี้
August 10,2008 เป็นครั้งแรกในชีวิตของกๆคน ในผาด่าง กับการรู้จักนกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfisher นกมอบประกายความสวยสดของตัวเองอย่างเฉิดฉาย อวดความน่ารักและเรียกความน่าสงสารจากรูปร่างที่เล็กจิ๋ว ยั่วยวนเรียกรอยยิ้มทุกท่าทางแก่ผู้แอบมอง หลงมนต์เสน่ห์คอยเฝ้าตามและบอกต่อกันไป เสียงพรรณาของชาวผาด่าง มีนกสวยอย่างนี้ ในโลกใบนี้ด้วยหรือ

August 15,2008 วันใหม่ของอีกวัน เจ้าของปีกสีสวยประสงค์กลับมายืนหาเหยื่อที่เดิมตรงเวลา เจ้าหว่านเสน่ห์โปรยความหวังว่าเช้าของวันพรุ่งนี้คือการพบกันอีกนะ ทุกครั้งทุกที่ที่เจ้าโผลงเกาะนิ่ง เสียงเล่าลือบอกต่อกันและกัน พบเจ้า ตามลำห้วย กิ่งไม้แห้งมุมรกบ้านปักษาสวรรค์ เจ้ามาเยือนและพักแรม ค้างข้ามวันและหลายข้ามคืน เวลาถูกผ่านไป 7 วันแล้ว พวกเราเรียนรู้ว่า เจ้าชอบกินอะไร จิ้งเหลนน้อย และลูกปลา บ่อน้ำ อ่างเก็บน้ำผาด่าง มีปลาอาหารที่เจ้าชอบมากมาย จิ้งเหลนตัวน้อยวิ่งมุดซ่อนจากสายตาอันว่องไวของเจ้านกสวยตามใต้ใบร่วงตรงขอบบ่อ

August 16,2008 เราคงต้องขอกล่าวให้เจ้ารับรู้ ชาวผาด่างตกหลุมรักเจ้านกตัวน้อยนิด เทพธิดาปีกสีรุ้ง เพราะทุกคนเผลอสบดวงตาโตกลมสีดำสนิทสะท้อนกับแสงตะวันจนเป็นประกาย หรือนี่คืออาวุธ ความงามสะกดปกป้องปลุกกระตุ้นความรักหยุดยั้งความใจร้ายของมนุษย์ นกเนรมิตความสุขผ่านท่าทางคอยก้มหน้ามองน้ำหาเหยื่อ สลับเงยคอแหงนชะแง้มองฟ้า พองขนฟู …ไซร้ขนทำความสะอาดร่างกาย ทีท่าเดียงสา น่ารัก สีสันที่หุ้มร่างกระจ้อยน้อยคือขนปีกมันเลื่อมหลากสีจัดจ้าน ตรงที่เก็บความอ่อนไหวของจิตใจคน ห้องแห่งความประทับใจถูกเปิดออกอีกแล้ว ความรัก ความปราณีถูกประดังออกมา จิตในตัวตนสามารถรู้ซึ้งถึงความสุขซ้ำแล้วซ้ำเล่า

August 18,2008 การมีเจ้า ตามวันที่มากขึ้นของทุกวันใหม่ เตลิดความหวังมีเจ้าที่นี่ยังไม่พอ ถ้ามีเจ้าร่วมชีวิต รับรู้ว่ามีเจ้า ร่วมอาศัยผืนแผ่นดินนี้ให้อยู่กับพวกเรา ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ….จ้าวแห่งธรรมชาติ กำหนดแผ่นดินนี้มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลนกน้อยสำคัญตัวนี้ แต่วันพรุ่งนี้เล่า เจ้าบินมาจากไหน และจะอยู่นานสถานที่นี้นานแค่ไหน คำตอบที่ไม่รู้ เราจะมีกันและกันที่ผาด่างแห่งนี้อีกหรือเปล่า วิงวอนขอให้ทุกเช้า เมื่ออาทิตย์เริ่มส่องแสง จงนำเจ้ากลับมาที่เดิม เมื่อเย็นลงตะวันจมหายไปหลังภูเขา จงพาเจ้าฝากไว้กับเจ้าป่าอารักษ์ซ่อนเทพธิดานกสวย ตัวนี้ด้วยเถิด



August19 ,2008 คิดเอาเองอย่างลึกซึ้งอิ่มใจ อีกครั้งได้รับหมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลเพื่อนปักษา หมายถึงคุ้มครองให้ปลอดภัย หน้าที่ที่ทำส่งผลให้พบตัวเองหลงปลื้มใจ พลังมุ่งมั่นตั้งใจฟื้นพลิกไร่สับปะรด กลับกลายเป็นผืนป่า จำนวนวันเริ่มยาวนานขึ้น( 1825 วัน) จากต้นไม้ผอมเล็ก วันนี้ต้นไม้โตสูงใหญ่ จากจำนวนน้อยต้นจนเต็มแน่นผืนดิน เพื่อนเหล่าปักษาพากันบินออกมา…ช่วยปลูกต้นไม้เติมเต็ม พากันมาทำรัง กำเนิดลูกหลาน ร้องเพลงชาติของตัวเองทุกเช้าของอรุณ ใช้วิถีชีวิตร่วมกันกลมกลืนกับชาวผาด่าง


August 20,2008 มีสิ่งสำคัญใหญ่มากที่เราต้องค้นหาคำตอบจากเพื่อนใหม่แห่งการค้นพบ จ้าวแห่งธรรมชาติ ประสงค์ให้เจ้าเป็นตัวแทนนำคำตอบอะไรมาบอกเราอีก เราต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มและที่คิดว่ารู้แล้วเป็นคำตอบที่ถูกหรือผิด จากหนังสือ และคำแนะนำจากครู อาจารย์ นกกระเต็นสามนิ้วหลังดำ oriental dawft kingfishergikg กำลังทำหน้าที่บินลงไปอาศัยอยู่ป่าทางใต้ มากกว่านั้นพวกเจ้าเพิ่งร้างแยกย้ายหลังเลี้ยงดูลูก พ่อและแม่สอนจนมั่นใจว่าลูกน้อยทุกตัวเข้มแข็งเพียงพอ อาหารของเจ้าอยู่ในน้ำ ศัตรูอาจมาทางฟากฟ้า และทุกชีวิตปักษาสกุลเจ้า กำลังบินสู่ป่าใต้ พวกเจ้าต้องอาศัยสัญชาตญาณ แสวงหาวิถีชีวิตตามบรรพบุรุษอย่างไม่สามารถละเมิดจิตวิญญาณให้เป็นอย่างอื่นที่แตกต่างได้เลย

August 22,2008 เจ้านกน้อยบินมาจากที่ไกลแสนและเหนื่อยล้าเหลือเกิน อาจแค่ขออาศัยผืนแผ่นดินนี้พักกาย สะสมอาหาร เมื่อร่างกายจิ๊บกระจ้อยเริ่มแกร่ง แข็งแรงเพียงพอ จำเป็นต้องบินจากดินแดนนี้ สู่เส้นทางจุดหมายที่ธรรมชาติกำหนดไว้ปลายทาง ที่ไม่ใช่ผาด่าง ….. แต่ถ้าปีหน้า นกตัวนี้จำ(รอย)ผาด่าง คือรังอีกหลัง มีเรารอคอยเติมเต็มอาหารโปรด จัดมุมพักซ่อนปลอดภัย ขอให้เจ้านกน้อยตัวนี้จดจำไว้ เพื่อบินกลับมารำลึกผลึกความทรงจำกับผืนดินผาด่างอีกครั้ง




วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2551

บ้านกร่างกับเด็นักเรียนด่านโง

หกโมงเช้า วันที่19,20 เดือน มิถุนายน 2551

เมื่อฟ้าเริ่มสางเราเดินตากฝน ฝ่าละอองน้ำที่พรมจากฟ้า ทางเดินสลัวๆแค่พอเห็นทางลางๆ ห้องอาหารผาด่างคุณป๋องและคุณหน่อยเป็นฝ่ายรอเรา

ครั้งนี้ธรรมชาติส่งเพื่อนอาสาช่วยเราพาเด็กป่าเข้าป่า แต่ไม่ใช่มีแค่นั้น ที่บ้านกร่างเหล่ากลุ่มเพื่อนดูนก คอยชี้บอก จากตรงนี้เดินไปไม่ไกลนะครับ นก….. และอีกเช้า รอแถวนี้นะครับนก….


ท่ามกลางฝนพรำอย่างสม่ำเสมอ เด็กๆบ้านป่าพ่อแม่ขี่รถเครื่องตากฝนทยอยกันมาส่งที่ผาด่าง ฝนจากฟ้าไม่ทำให้เด็กป่ายอมถอย ฝนไม่ใช่อุปสรรค เด็กป่าไม่กลัวฝน ในแววตาของเด็กๆตื่นเต้น กระตือรือร้น ส่งเสียงดีใจที่จะได้กลับเข้าไปเที่ยวป่ากับเราอีกครั้ง หลังจากที่ร่ำร้องรอวันนี้กันมานานหลายเดือน

ไม่ไกลจากผาด่าง เจ้าต้นไทรใหญ่ยืนแผ่กิ่งก้านริมถนนลูกไม้สุกสีเหลืองเต็มต้นข้างหน้า และอีกมากที่ร่วงเกลื่อนบนพื้นดินด้านล่าง บทเรียนรู้รักธรรมชาติเริ่มแล้วกลางฝนพรม กว่าจะผละจากต้นไทรครูใหญ่ของเด็กๆได้ เสียงที่บอกเล่าว่าเห็นนกสีเขียวผละจากกิ่งโน้นกิ่งนี้ เห็นไม้ป่าเลื้อยพันปีนป่ายหลายอย่างมาอิงอาศัย





จากต้นไทรเราพาเด็กๆเดินเข้าออกลอดตามอุโมงค์ทางด่านช้าง ร่องรอยเดินเป็นปล่องช่องคดเคี้ยวเลี้ยวซ้ายขวาไม่สิ้นสุด เสียงเด็กถาม ป้ากุ้งค่ะ กล้วยไม้ป่าค่ะ ออกดอกเล็กๆด้วย อีกคนก็ชี้ให้ดูบ้าง โน่นค่ะ กระเช้าสีดา ใหญ่และสวยจังค่ะป้ากุ้ง



รอยเท้าอะไรค่ะ เสียงพี่หวัด ตอบเสียงเบาๆ รอยเท้าวัวแดงลงมาเมื่อค่อยสางนี้เอง นั่นรอยเท้ากระทิง แล้วทำไมมันลงมารวมกันตรงนี้เยอะแยะไปหมดค่ะ เราเองเป็นคนอธิบายเกี่ยวกับโป่งความสำคัญหน้าที่ของโป่งต่อเหล่าสัตว์ป่า บางคนเก็บขนเม่น 3-4 อัน วิ่งมาให้เราดูบอกว่าจะเก็บไปเป็นที่ระลึก เราบอกว่า ความอยากได้ขนเม่น กับเรื่องผิดกฎหมาย ป้ากุ้งให้หนูต้องเลือกคิดเองนะ

เวลาค่อยๆผ่านไป บทเรียนจากใบไม้ใหญ่น้อย กลิ่นช้างสาบฉุน ผีเสื้อบินล่อนไป กระรอก กระเร็น และกิ้งก่าบินอวดเด็กๆให้เห็นได้แค่บางคน พวกเราลืมไปแล้วว่าฝนจากเราไปเมื่อไหร่


ห้องเรียนของเราเริ่มสว่างไสว นกป่าออกมาหากิน ผึ่งปีกอาบแดดและส่งเสียงขับขาน นกขุนแผนอกส้มตัวโตเกาะนิ่งพระเอกของเด็กๆ นกกระเต็นลายที่ออกมาอวดตัวเด่นแต่กลับใจบินหลบซ่อนใกล้ๆ


กลายเป็นบทเรียนของจริยธรรม…ความพยายามและน้ำใจของเด็กๆช่วยชี้บอกให้เพื่อนๆได้ชื่นชมพบนกสวยแกล้งซ่อนหา สีหน้าเศร้าเมื่อยังไม่พบนก…เปลี่ยนเป็นยิ้มแก้มโป่งเมื่อพบนกสวยตัวนั้นแล้ว ป้ากุ้งครับมุมนี้เห็นง่ายครับ ป้ากุ้งขาตรงไหนค่ะ หนูเห็นแล้วค่ะ ปากสีแดง เค้าโป่งพองคอด้วยค่ะ

ห้องเรียนอีกห้องอยู่ข้างทางเป็นห้องสีมืดเงาดำ พุ่มใหญ่ใบไม้ที่เปียกอมน้ำห้อยคลุมลงเป็นห้องโดมทรงกลม แสงสลัวมัวเต็มห้องนี้ เด็กตัวน้อยชี้ นกครับ ผมเห็นนกตัวเล็ก เกาะกิ่งไม้อยู่และชี้มือให้ดู เพื่อนของเด็กน้อยมองตาม จริงครับป้ากุ้ง ผมเห็นนกสีชมพูตัวนิดเดียว


ป้าๆ ลุงๆ ตาไม่ค่อยดีเพราะมืดมาก แต่แล้วทุกคนก็พบกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ เสียงของเด็กหลายคนดังขึ้นดังขึ้นอีกจนทำให้นกน้อยบินหายเข้าป่าสีดำ


บทเรียนอีกแล้ว นกไม่ชอบสิ่งที่เราทำ นกพบว่าตรงนี้เป็นเรื่องอันตรายจึงเลือกหนีไปจากพวกเรา เด็กๆพยักหน้าเศร้าๆด้วยความเสียดาย

ตรงลานบ้านกร่าง ป้ากุ้ง ผมเห็นกระรอกดง 2 ตัวครับมันวิ่งไล่กวดกัน มันสวยมากครับยิ่งมองด้วยกล้องสีมันสวยมาก มองดวงตาซิลูก แววตากระรอกดงสวยมากนะ


ทำไมมันไม่หนีเราครับ ตรงนี้เป็นลานกางเต๊นท์ นักท่องเที่ยวมากจนมันคุ้นกับนักท่องเที่ยว แต่ถ้ากระรอกตัวนี้ไปอยู่ข้างนอก เสียงเด็กป่าแย่งกันตอบแย่งกันตอบ โดนสอยทำกระรอกผัดเผ็ดแน่ๆ

ป้ากุ้งครับกิ่งนั้นมีนก หงอนสีเหลืองๆครับ มันเคาะไม้ด้วย ป้ากุ้งกิ่งนี้ นกหลังสีน้ำตาล กิ่งนี้อีกตัว สวยจังครับป้ากุ้ง ชื่อนกอะไรครับ พร้อมกับชะเง้อคอมองตามนกบิน


ป้ากุ้งตรงนี้ครับ ตรงนี้ไงป้ากุ้งนกเกาะนิ่งและเด่นมากครับ ปากสีฟ้าครับ ป้ากุ้งได้แต่หมุนคอตามเสียงและมือน้อยคอยชี้ตำแหน่ง เด็กๆตาดีและไวมาก ไม่ใช่ป้ากุ้งพาดูนกแต่เป็นเด็กชาวบ้านป่าพาป้ากุ้งดูนก



กลางถนนพุ่มไม้เอนจากซ้ายไปขวา และต้นไม้จากขวาก็โค้งหาซ้าย พุ่มไม้เขย่าเสียงดังลั่นสนั่น ทุกคนหันตามเสียง ท่าทางตื่นตระหนก ฝูงค่างครับ เด็กน้อยร้องบอก เหล่าค่างแว่นถิ่นใต้ใจดีพาลูกตัวน้อยสีทองแดงมารู้จักเพื่อนเด็กบ้านป่า


ค่างตัวพี่เลี้ยงอวดวิธีการเลี้ยงลูก มีเราเป็นผู้บรรยาย สังคมวิถีสัตว์ป่าชนิดนี้ เด็กหญิงและชายยืนฟังอย่างตั้งใจแววตาเต็มไปด้วยความรักและเข้าใจชีวิตสัตว์ป่าข้างหน้า แต่แล้วเสียงเด็กคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา แถวบ้านผม เอาค่างไปผัดเผ็ดครับ อีกเสียงตอบต่อขยายความ ค่างตายแล้วไม่ถอนขน 500บาทครับป้ากุ้ง


หรือนี่คือคำตอบ ทำไมเราเลือกที่จะทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ 2 วันผ่านไป เรากับเด็กป่า ในดินแดนแห่งใบไม้ ผืนดินดำสูงต่ำให้ย่ำเหยียบ สายลมจับกิ่งไม้โยกโยน ร้องถามหวิวๆพวกเธอเห็นสายลมหรือยัง สัตว์ป่าเพื่อนทุกตัวที่ทยอยออกมา


เสียงเด็กน้อยก้องในหัวใจป่า ป้ากุ้งพวกหนูขอถอดรองเท้าได้ไหมค่ะ ป้ากุ้งขอไปเล่นน้ำครับ ป้ากุ้งครับ และป้ากุ้งค่ะ น้ำเสียงทุกเสียง ดวงตาเดียงสาจดจ้องมองสัตว์ป่า เราพบแววอนุรักษ์ฉายเป็นประกาย ทุกเวลาที่เราอยู่ในป่าด้วยกัน ไม่ว่าเด็กน้อยเหล่านี้จะวิ่ง เดิน หัวเราะ ยิ้ม ทุกท่วงท่าเป็นอิสระก้าวหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับผืนป่า เป็นภาพที่บรรยายยากเหลือเกิน อยากทำเรื่องอย่างนี้ให้เกิดอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้ง


คุณป๋อง คุณหน่อย เพื่อนชาวดูนกแห่งป่าแก่งกระจาน มอบประสบการณ์ผ่านเรื่องราวการเสียสละ ยึดมั่นการให้คือการให้อย่างจริงจัง มั่นคง เต็มใจเหนื่อยล้าแบกกล้องตัวหนักก้าวไปพร้อมกับเรา เรื่องดีงามที่คุณสานใยมิตรภาพใสสะอาดต่อเด็กและชาวผาด่าง จิตใจซื่อจริงแท้เผื่อแผ่ความมีน้ำใจ

หากหลับตาให้…อานุภาพของความทรงจำ…ในวันนั้นค่อยๆเรียงออกมา คำพูดของคุณป๋องมีแต่พูดย้ำๆ… ผมตั้งใจช่วยพี่กุ้ง คำของคุณหน่อย….พี่กุ้งให้หน่อยมาช่วยเด็กๆ หน่อยถือว่าพี่กุ้งให้หน่อยแล้ว สองเสียงของเพื่อนนี้เหมือนเสียงกระซิบร้องซ้ำบอกเล่าให้ใจทวนกลับไปมาตลอดเวลา



ด.ญ. กัญญาลักษ์ ศรสมบุญ ป4. เรียงความเรื่องวันที่เรามีความสุข วันนี้หนูได้ไป ที่บ้านกร่าง หนูได้เจอนกสวยๆ อย่างเช่น นกเขาเปล้า นกหัวขวาน นกเหยี่ยวรุ้ง และไก่ป่า นกเจอแซงแซวตัวเล็ก ไล่จิกนกเหยี่ยวด้วย หนูอยากมีบ้าน อยากมีบ้านอยู่ในธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วย ป่า ภูเขา นก แม่น้ำลำธาร ที่มีปลาเล็กๆ

ด.ญ.นิพาภรณ์ กรวาทิน ป.5 วันนี้หนูได้เห็นสิ่งแปลกประหลาดคือแมงมุมใยทอง นกหัวขวานสีแดง หนูขอขอบคุณป้าอ้วนและพี่โป๊ดที่ให้เงินหฯมาเที่ยว ถ้ามีวันหน้าหนูขอมาใหม่นะค่ะ หนูจะไม่ลืมวันนี้เลยค่ะ หนูไม่มีอะไรจะตอบแทนหรอกค่ะ


ด.ช. เป้ ผมคิดถึงป้าอ้วนและพี่โป๊ดมาก ผมและเพื่อนเป็นเด็กที่โชคดีที่สุด ผมจะช่วยรักษาป่าต่อไป จะไม่ให้ใครมาทำลายป่า ผมจะตั้งใจเรียนแบบพี่โป๊ดให้ได้ครับ ผมจะเป็นคนดีต่อเพื่อนและสัตว์ต่อไปครับ ผมจะช่วยกันทำความดีให้ดีที่สุดครับ

ด.ญ. กชมน ขำทอง ตอนนี้หนูอยู่ที่ริมน้ำ มีต้นไม้ใหญ่มากมายหลายชนิดหนูเห็นพี่จ๊อบถ่ายรูปพวกหนูตอนกำลังเขียนเรียงความถึงพี่โป๊ด หนูเจอขี้ช้างก้อนใหญ่ เจอผีเสื้อ และปู2-3ตัว หนูได้ยินเสียงนกร้องไปมาอยู่ที่ริมน้ำ เจอเก้งที่ถนน หนูขอให้ป้าอ้วนและพี่โป๊ด มีความสุขไปกับพวกหนู

ด.ญ.พัชชา กุมภา เรื่อง ชมนกกลางป่า
วันนี้หนูได้มาดูนกที่บ้านกร่าง เจอเก้ง พญาปากกว้างท้องแดง เหยี่ยวรุ้ง ค่าง ธรรมชาติยามเช้าที่สวยงามมาก จนอดใจไม่ไหว ต้องเล่นน้ำทีเดียว หนูอยากจะมีห้องเรียนแบบนี้ไว้ที่ดรงเรียนบ้าง ป้ากุ้งพี่หน่อย พี่ป๋อง พี่ยอด และชาวผาด่าง ทุคนให้ความดูแลสนใจกับพวกหนูมาก สอนทุกเรื่องที่พวกหนูอยากรู้ ตั้งแต่เรื่องนกจนถึงเกี่ยวกับต้นไม้และมูลสัตว์ ซากสัตว์ และร่องรอยของสัตว์ ได้ทั้งความรู้ ความสวยงาม ความสนุก ติดกลับบ้านมากมาย

หนูอยู่ป.5ค่ะ
วันนี้หนูได้มาเที่ยวป่า หนูจะเขียนเรียงความให้พี่โป๊ดกับป้าอ้วน หนูเจอกิ้งก่าบินได้ ค่างแว่นกำลังอุ้มลูกของมันด้วย
หนูอยากปลูกบ้านในป่าริมน้ำ เพราะว่าที่นี่สดชื่นมาก หนูชอบที่นี่ที่สุด น้ำก็ไหลปลาก็เยอะค่ะ


ด.ช.ป6 วันนี้ผมขอขอบคุณพี่โป๊ดและแม่พี่โป๊ด(ป้าอ้วน) ที่ให้เงินพวกเรามาเที่ยว ได้เดินป่าไปกับพี่หน่อย ป้ากุ้ง พี่จ๊อบ พี่ป๋อง พี่ยอด ลุงหวัด พี่หน่อยบอกว่าจะพาไปดูนกให้เงียบได้เห็นสัตว์ป่า ค่างแว่น รอยเท้ากระทิง รอยเท้าวัวแดง และพี่หน่อยก็ไปเจอนกชนิดหนึ่งเรียกว่า นกพญาปากกว้างท้องแดง

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

บ้านช้างเหยียบ




ปริศนาของเจ้าหญิง
บ้านช้างเหยียบ
ต้นตอความรู้สึกตามแรงปราถนา คอยกระตุ้นเรียกร้องให้ทำอย่างนี้ เป็นเรื่องที่รู้ซึ้งอยู่ในใจว่ามีคำตอบหลายเรื่องจะเกิดขึ้นตามปรากฏทุกก้าว และทุกเรื่องจะต้องมีความหมายและจำเป็นต้องพบทุกคำตอบ

รอ…รอ…เมื่อใดตะวันดวงโตสาดแสงแตะชายคาบ้าน เจ้าแห่งเวลาจะพาเราออกเดินทาง บันไดเรือนคือย่ำแรกที่พวกเราก้าวเท้าไปหาเพื่อนนกป่าที่รออยู่


จากบ้านกร่างมาไม่นานพวกเราปีนขึ้นเนินพงหญ้าสูงแยกตัวออกจากถนนไปขวามือลำธารสอง วิธีการเดินที่แตกต่างออกไป ทุกคนเดินยกมือสูงประกบเหนือหัว เพื่อปกปิดหน้าตา ใช้แขนเสื้อสองข้างเป็นโล่กำบังพงหญ้ารกหนา หญ้าสีเขียวนี้มีขนทั้งสูงคมยาวแหลมเรียว หากบาดเนื้อผสมกับเหงื่อ ผิวเราจะทั้งแสบทั้งคัน

หลังจากเดินในท่าไหว้ป่าเพียงไม่นาน ประตูบานหนึ่งเปิดรออยู่ พวกเราค่อยๆก้าวข้ามผ่านประตู ประตูป่าแก่งกระจานบานนี้ เผยให้เราเห็นอีกห้องหนึ่งที่เราไม่เคยเข้ามา แม้จะมองไม่ต่างกับที่อื่นของป่านี้ แต่ใจเราสัมผัสได้กับบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความใหม่สดของห้องแห่งนี้มีกลิ่นให้เราสูดหอม มันเป็นกลิ่นชื้นเปียกของดินผสมใบไม้ มือลูบจับเถาวัลย์ที่พันพัวและโยงเยงรอบตัวเรา





รอยขอบเล็บเท้าช้างบนดินนิ่มคือเส้นทางเดียวกับเราเลือกเดิน แสงร้อนของดวงอาทิตย์ไม่อาจลงมาแตะต้องพื้นดินได้ เรือนของยอดไม้รวมใจกันแผ่ใบกว้างซ้อนและซ้อน คลุมแผ่นดินด้านข้างซ้ายขวา และด้านหน้าสุดสายตา

white – rumped shama นกกางเขนดง ร้องเพลง เพลงที่ยาวและนาน พวกเราจำเสียงหวานไพเราะของเธอได้ แต่ไม่มีใครยอมหยุดเพื่อมองหา แต่ไม่เพียงเท่านั้น เธอบินผ่านมาให้เห็นว่าเธอจะไปทางไหน บนกิ่งโค้งระย้าแกว่งไกวตามแรงโผลงเกาะคอน





ผ่านกล้อง ดวงตาเธอกับเราสบตากัน เสียงใสเริ่มร้องพูดคุยอีกครั้ง เรื่องที่กางเขนดงตัวนี้ถามเรา คำสัญญาที่เราให้ไว้แก่เธอ เธอ…เจ้าหญิงทิศที่เธอจะไป พวกเรามากมายจะคอยอยู่ไม่ห่างกายเธอ และคำถามจะเหมือนเดิม คนต้องรักษาสัญญา เรางงมาก คำสัญญาอะไรหรือ ไม่มีคำตอบ และทำไมเธอเรียกเราเจ้าหญิง…. แต่เธอบินหาย เข้าหาป่าเงาสีดำของดงหนาม

ปริศนาเริ่มขึ้นอีกแล้ว สองข้างของป่าสลัว ดินเปียกชื้น กิ่งไม้ชิ้นเล็กๆผุเกลื่อนผสมกับใบไม้ที่ทับถมรอกาลเวลาเปลี่ยนแปลงให้ซากอินทรีย์เหล่านี้กลายเป็นน้ำนมสำหรับพืชทุกชีวิตในป่า ต้นไม้หลายต้นออกลูกและทิ้งผลลงสู่ดิน นานๆจึงจะเห็นแสงแดดเล็ดลอดสาดส่องเอียงให้เป็นปล่อง เผยให้พบอีกห้องหนึ่ง เป็นห้องใบไม้สีนวลอบอุ่นและเปิดทะลุเป็นทางกว้างยั่วยวนให้อยากก้าวเดินเข้าหา แต่แล้วถนนของแสงแดดก็กลับไม่ใช่เส้นทางที่เราต้องไป เรายืนลังเลเป็นนาน ก่อนหันหลังให้อย่างเสียดาย คำถามที่ถามตัวเอง เราจะพบอะไรบ้างนะถ้าไปทางแสงแดดชี้นำ













จ๊อบหลานรักถามเราว่าไปไหนมา ด้วยน้ำเสียงห่วงปนตำหนิ หลงป่ามันง่ายมากนะครับ เราไม่ตอบอะไรเพราะรู้ว่าทำผิด แต่ถามกลับไปว่าแล้วจ๊อบเจออะไรบ้างลูก ผมเห็นแต้วแล้วหูยาว eared pitta แต่เค้ากระโดดไวมาก แสงมัวสลัวเหลือเกิน ก่อนต่อว่าเราที่หายไปอีกครั้ง เราร้องครางเบาๆ อดเห็นแต้วแล้วหูยาวและต้องโดนดุซ้ำอีกเหรอ

กล้วยไม้ช่อเล็กจากกิ่งที่เก่าหักร่วงนอนกับพื้นดิน เราหยิบเจ้าขึ้นจดจ้อง ตัวเจ้ามี กลีบสีส้มอมชมพูเล็กจิ๋วกว่าเล็บนิ้วก้อย จดจ้องความน่ารักเจ้าจนพอใจ ฝากวางดอกไม้งามกับง่ามไม้ต้นใหญ่ข้างๆ กล้วยไม้กล่าวขอบคุณเบาๆ

On the motherland . listen with your heart. บางอย่างเคลื่อนไหวเร็วมาก เสียงดังของเพื่อนร่วมทาง hooded pitta นกแต้วอกเขียว ตามมือชี้ เงาสลัวลานใบร่วงกับขอนไม้เห็ดสีส้มมีสองชีวิตกระโดกขึ้นเกาะและกระโดดหายไปในอาณาจักรใบไม้ เธอซมซานพาลูกน้อยหนีเรา ให้แค่เห็นก้นขาวๆ ช่วงเวลาสั้นกว่าวินาที แม่แต้วแล้วและลูกเคลื่อนไหวทุกครั้งจากซ้ายมือมาทางขวามือ แต้วแล้วมีเพื่อนเหล่าใบไม้นอนตาย และเพื่อนแห่งเงาสลัวต่างรวมกันช่วยพลางให้เจ้าและลูกน้อยหายไปจากการตามมองของพวกเรา

Softly and whisper ความงดงามยืนรอเราอยู่ กิ่งไม้แสนดีสูงจากพื้นเพียงหนึ่งเมตร ยื่นกิ่งเกลี้ยงออกสู่ที่โล่งเด่น แสงอาทิตย์อยู่ตรงนั้นฉายให้เด่นชัดกับหนึ่งชีวิต oriental dwart kingfisher นกตัวเล็กกลมยืนอวดเฉดสีที่ห่มร่างเธอไว้ ขนนกเงามันสนุกกับแสงตะวันส่องเป็นประกายแวววาว แต่มีมากกว่านั้นที่พบได้ ดวงตาคู่นั้น ดวงตากลมดำใสลึกล้ำ จับจ้องไปบนท้องฟ้า ดวงตานี้มีมิติมายาร่ายมนต์สะกดจับใจเราให้จับจ้องแต่ดวงตาเธอเท่านั้น



เราได้ยินเสียงอีกแล้ว นกบอกว่าตัวเธอคือเทพธิดา และเธอรอเราอยู่ แต่ตอนนี้เธอเตือนให้เราต้องถอยหลังออกไปเพื่อคนอื่นจะได้เห็นฉันบ้าง ฉันรู้ว่าเธอคือเจ้าหญิง และบางอย่างกำลังรอเธอที่ลำธาร นี่คือการเตือนใช่ไหม เราเป็นฝ่ายถามเธอ นกกระเต็นน้อยสามนิ้วเลือกบินจากไปแทนการตอบคำถามนั้น

เดินป่าครั้งนี้สบายๆไม่ลำบาก เนินเขาไม่สูง ป่าค่อนข้างโปร่ง มีเก้งมีกระจงวิ่งผ่านหาย ให้พวกเรา ตื่นเต้นอีกครั้ง ทุกคนยืนตัวนิ่งเป็นหุ่นแข็ง แต่คอยืดยาวคอยชะเง้อมองหาสัตว์ตัวนั้น



ลำธารหลายลำธารพวกเราเดินข้ามอย่างง่ายๆ บางอย่างเกิดขึ้นแล้วตามคำบอกของเพื่อนนกป่า และเป็นเรื่องตลกน่าอับอาย ตัวเราล้มถลาลงไปนอนตะแคงจมน้ำลึกแค่ข้อเท้ากลางลำธาร ตั้งแต่หัวจรดเท้าเสื้อผ้าเปียกไปหมด หินก้อนที่เราเหยียบพริกหงายเป็นอีกด้าน หินเกเรก้อนนั้น ดีใจที่แกล้งเราได้ blue- breaded bee-eater นกจาบคาอกสีน้ำเงิน ยืนเกาะยอดไม้สูงหัวเราะลั่น เจ้าหญิงจอมซุ่มซ่ามมาถึงแล้ว

I call my home. ตะวันเดินถึงสุดขอบฟ้าแล้ว นำเอาแสงสว่างจากไปด้วยกัน จากเสียงเรียกก้องป่าของ creasted jay สองตัวร้องรับกันไปมา เป็นมติของทุกคนเลือกทำเลนี้เป็นที่พักแรม ทุกคนสร้างความคาดหวังที่จะได้พบเค้าทั้งคู่เกิดขึ้นในใจ เสียงนกคู่นั้นสลับผิวปากร้องดังแล้วดังอีก แน่ใจได้ว่าเธอทั้งคู่มีสถานที่แห่งนี้เป็นบ้านทุกค่ำคืน เราเป็นแค่ผู้เดินทางผ่านมา creasted jay นกกาน้อย เจ้าของบ้านผู้ใจดีส่งเสียงเชิญชวนเราให้พักค้างแรมด้วยกัน



Sweet family ครอบครัวใหม่ ยามเช้าในป่าแสนสดใส เราเอ้อระเหยยืนแปรงฟันกลางลำธาร เสียงสายน้ำร้องจ๊อกๆ น้ำใสวิ่งไหลแตะหมู่หินอีกก้อนก็เปลี่ยนเสียงร้อง เป็นซ่าๆ บางที่น้ำใสร้องเบากว่ากระซิบ รังนกพญาปากกว้างห้อยกลางลำธารห่างจากเราไม่ถึงสองเมตร พ่อแม่ของลูกนกคงป้วนเปี้ยนแถวๆนี้ เราอยู่ใกล้ครอบครัวนี้มากเกินใช่หรือไม่

Silver-breasted boardbill ไม่คาดฝันนกพญาปากกว้าวอกสีเงินตัวผู้ลงเกาะเถาวัลย์ห่างเราไม่ถึงหนึ่งเมตร นกผู้เป็นพ่อเอาตัวเองล่อสายตาเราเบี่ยงเบนความสนใจ เรารีบถอยหลัง เสียงนกร้องดัง เจ้าหญิงจอมซุ่มซ่าม ระวังข้างหลัง แต่ไม่ทันเสียแล้ว เราสะดุดท่อนไม้ยาวแช่น้ำ หงายหลังนอนแช่น้ำอีกครั้ง เปียกทั้งตัวทั้งหัวเหมือนเมื่อวาน เราทำเรื่องให้คนอื่นหัวเราะกันตั้งแต่เช้า แต่นกคู่นี้ไม่หัวเราะ

นกทั้งคู่ต้องรีบทำงานตั้งแต่ตะวันสาดแสงแดงเริ่มจับขอบฟ้า แมลงตัวอ้วน หนอนตัวยาว ถูกทยอยป้อนลูกน้อย หลังอาหาร ผ่านไปทั้งพ่อแม่แสนสวยและรูปหล่อตระเตรียมซ่อมแซมรังยุ่ง เพื่อให้มั่งคงปลอดภัยกับชีวิตใหม่



เรามองเธอและเริ่มฟังสิ่งที่เธอทำให้เราเห็น ทำไมต้องมีหน้าที่และ ความรับผิดชอบต่อชีวิตลูกน้อย นกบอกเราว่า ธรรมชาติมอบภาระความรับผิดชอบ การสร้างและดูแลชีวิตใหม่จากรุ่นสู่รุ่น ทุกเรื่องที่ต้องทำเป็นเรื่องลำบากคือความท้อแท้ เรื่องยากจะมีความเหนื่อยล้าสาหัส สำคัญเหนืออื่นใด คือมีสัตว์ร้ายคอยกินพวกเรา และทั้งหมดนี้เป็นความอมตะ

เธอทั้งคู่พยามอธิบายต่อด้วยการแสดงทีท่าให้เราประจักษ์อีกครั้ง ด้วยความกรุณาจากธรรมชาติ เรื่องยากและลำบากนี้ มีอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติมอบให้ เพื่อเป็นการช่วยเหลืองานสร้างชีวิต สิ่งนั้นที่ได้มาเต็มไปด้วยพลังแห่งอำนาจอยู่เหนือความทุกข์ยากทั้งปวง สิ่งมีค่านั้นถูกเก็บไว้ที่หัวใจทุกดวง พวกนกอย่างเราเรียกว่าความรัก เราไม่ต้องการถามว่ามนุษย์อย่างเธอมีหรือไม่ สำหรับชาวนกและชาวสัตว์ป่า ความรักคือสัญญาที่จะทำ....ทำเรื่องยากอย่างนี้ให้ผ่านไปทุกครั้ง

คำสัญญาอีกแล้ว สัญญาเสียงนกกางเขนดงกลับดังแว่วขึ้นมารบกวนใจเราอีกครั้ง เมื่อทบทวนย้อนนึก เราเคยให้สัญญากับชาวกางเขนดง ชีวิตเพื่อนพ้องของกางเขนดงหลายตัวถูกจับขังจองจำอยู่ในกรงของเพื่อนบ้านข้างบ้านเรา เราเคยมีจิตใจมุ่งมั่นจะช่วยเหลือพวกเธอ มันนานมากที่เรายังไม่ได้ทำ เราเลือกปิดปากตัวเองและนำเอาความเกรงใจคนด้วยกันเพิกเฉยช่วยเหลือนกป่าที่สิ้นอิสระภาพ เราเลือกที่จะรักษามิตรภาพในหมู่คนด้วยกัน ละทิ้งที่จะช่วยเหลือชาวนกกางเขนดงตามคำลั่นสัญญา

นกกางเขนดงร่ำร้องจังหวะซ้ำๆและยาวนาน ให้ช่วยเพื่อนของนก ทุกที่ที่เราไปป่า หรือแม้แต่บ้านของเราที่ผาด่าง นกกางเขนดงทั้งตัวผู้และตัวเมีย ต่างขับขานบอกเตือนให้เราฟังทุกวัน ทำไมเราฟังเรื่องปริศนานี้ไม่ออก ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว นกร้องทวงสัญญา สัญญาที่คนให้ไว้กับนก


























วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

รอยจำผาด่าง17

รอยจำผาด่าง 17


6/5/51พี่เปี๊ยกยืนรอเราตรงบันไดบ้านปีกไม้พร้อมกับรอยยิ้มเหมือนเดิม เราก้าวเท้าขึ้นเรือน มีเสื้อผ้าคุณแม่น้องเถาฝากมาแจกชาวบ้านป่า รองเท้า 2 คู่ และเสื้อผ้าเด็กกับเสื้อผ้าผู้หญิงอีก 2 ถุงใหญ่ๆ เราคัดแยกเพื่อให้เจ้าเดียวเด็กกำพร้าอายุ 10 ขวบ

รออยู่ก็ไม่เห็นหน้าเด็กคนนี้เลย ถามเจ้ายุงได้คำตอบว่าคงทำงานอยู่ในไร่สับปะรด ของครูสมชาย มดปั่นจักรยาน มาหาเราที่ยืนมองรังเห็นหัวนกโพระดกโผล่ออกมาก่อนตกใจเสียงคนคุยกัน เรามองตามเจ้าบินไปเกาะยอดต้นทองหลาง มดบอกว่าขอเบิกเงิน(ที่คุณอ้วนมอบเป็นทุนการศึกษา)1,500 บาทจะไปจ่ายค่าเทอมในวันจันทร์นี้

7/5/51 เราเอากล้องสองตาคล้องคอ เดินตามเสียงนกแต้วแล้วธรรมดา เสียงกู่ร้องดังไปทั่วผาด่าง บ้างครั้งเห็นตัวบินไปมาตรงข้ามร้านค้า กลางต้นสน และบางที่ต้นมะม่วงข้างห้องรีดผ้า ยอดกระถินยืนตายก่อนบินหายข้ามห้วยก้านเหลือง

ม่อนหนุ่มชาวไร่เล่าให้ฟัง ผมเห็นพาลูกน้อยตัว 4 เดินกระโดดข้างถนนหน้าบ้าน เราดีใจที่วันนี้นกชนิดนี้สามารถเกิดและสร้างรังอย่างปลอดภัยในอาณาจักรผาด่างและบริเวณใกล้เคียง เก๋แม่ครัวแห่งผาด่าง เสริมทับอีกครั้งเห็นเค้าเดินหาไส้เดือนอยู่แถวใต้ต้นชมพู่ นกกางเขนดงคู่ใหม่แห่งผาด่างบ้านป่านี้ ร้องเพลงให้เราฟังมองพบตัวเกาะอยู่ป้ายชื่อบ้านฟ้าใส ก่อนจะบินลงพื้นปูนและกระโดดหายลับสายตา

8/5/51ดงตะขบข้างโดม ตะขบดงนี้ เราไม่ได้ปลูก นกที่เอียงหัว เอียงคอ ปากนกแต่ละตัวในดงนี้บีบลูกตะขบสีแดงให้น้ำหวานไหลเข้าปาก ก่อนกระโดดไปตามกิ่งอื่นอีก นกปลอกคอลาย นกปรอดทองและปรอดหัวสีเขม่า ปลอดเหลืองหัวจุก ทุกตัวร่วมกันปลูกต้นไม้เหล่านี้

เกือบเย็นแล้วเรานั่งตรงขอนไม้ลานกางเตนท์ มองดูตาอุ่นกับคนงานก่อสร้างกำลังสร้างบ้านหลังใหม่ตรงโค้งลำห้วยก้านเหลือง ขอบฟ้าทางฝั่งตะวันตกเริ่มเป็นสีแดง ฝนจากฟ้าไปสามวันแล้ว

เสียงไก่ป่าร้องใกล้ตัว ตามเสียงเราพบไก่ป่าหลายตัวบินข้ามฝั่งข้ามหัวคนงานหลายคน ค่อยๆทะยอยบินมาทีละตัว เกาะต้นไทรและโผบินข้ามเราไปทางสวนมะม่วง เรานับไก่ทีละตัว ทีละตัว 6 ตัวคือทั้งหมด เสียงเล่าลือในผาด่างวันนี้มีไก่ป่าเป็นฝูงเข้ามาอยู่ เราได้เห็นได้สัมผัสเสียงด้วยตนเอง อดมองฟ้าและยิ้มกับฟ้าเป็นการขอบคุณ